บ้านป้าเขียว ศรีสะเกษ: รีวิวตำนานสีเขียวแจ่วฮ้อน อาหารอีสานพื้นเมือง

บ้านป้าเขียว สีเขียวแจ่วฮ้อน ศรีสะเกษ

จากตำนานร้าน “สีเขียวแจ่วฮ้อน” ที่ครองใจชาวศรีสะเกษมากว่า 30 ปี สู่ “บ้านป้าเขียว” ครัวในบ้านที่อบอุ่นแต่คิวแน่น! สัมผัสรสมือแม่ครัวระดับปรมาจารย์กับเมนูอีสานหากินยาก ที่ถ้าไม่จอง…บอกเลยว่าอด!

บ้านป้าเขียว สีเขียวแจ่วฮ้อน ศรีสะเกษ

ที่นี่คือ “บ้านป้าเขียว” Chapter 2 ของร้าน “สีเขียวแจ่วฮ้อน” ในตำนาน ที่ปิดร้านไปพักผ่อนแล้ว แต่โดนพลัง FC เรียกร้องจนต้องกลับมาเปิดครัวในบ้านตัวเอง บอกเลยว่านี่ไม่ใช่ร้านอาหาร…นี่มันคือการคัมแบ็กของศิลปินระดับชาติชัดๆ!

บรรยากาศร้าน:

ลืมภาพร้านอาหารใหญ่โตไปได้เลยครับ ที่นี่คือบ้านจริงๆ! บรรยากาศเหมือนเรายกโขยงกันมาบุกบ้านเพื่อนแม่ แล้วตะโกนบอกว่า “ป้าครับ! ขอแจ่วฮ้อนหม้อใหญ่ๆ!” โต๊ะมีไม่กี่ตัว ตั้งอยู่ในพื้นที่ใต้ชายคาบ้านแบบง่ายๆ ไม่มีการตกแต่งหรูหรา มีแต่ความสะอาดและความรู้สึกเหมือนได้กลับบ้านมากินข้าวฝีมือแม่ ซึ่งเอาจริงๆ นะ…ฟีลลิ่งแบบนี้มันโคตรจะ Exclusive ยิ่งกว่าร้านหรูๆ อีก

ประวัติที่ต้องจารึก:

ป้าเขียว สีเขียวแจ่วฮ้อน ศรีสะเกษ
ป้าเขียว อดีตเจ้าของสีเขียวแจ่วฮ้อน ที่ชาวศรีสะเกษยังไปอุดหนุน แม้จะเลิกขายไปแล้ว

ก่อนจะมาเป็น “บ้านป้าเขียว” ที่นี่คือตำนานที่ชื่อว่า “สีเขียวแจ่วฮ้อน” ร้านอาหารอีสานที่คนศรีสะเกษรู้จักดี เปิดมานานกว่า 30 ปี ย้ายร้านมาแล้วไม่รู้กี่ครั้ง แต่ไม่ว่าจะย้ายไปซอกหลืบไหน FC ก็ยังตามไปกินกันแน่นขนัด จนกระทั่งป้าเขียวตัดสินใจวางมือ ขอพักผ่อน แต่ด้วยรสมือที่มัน “ต้องเป็นป้าเขียวเท่านั้น” ทำให้ลูกค้ารบเร้าไม่หยุด จนป้ายอมเปิดบ้านตัวเองเป็นร้านอาหารไซส์มินิซะเลย นี่แหละครับ…พลังแห่งความอร่อยที่แท้ทรู!

พรรณนาเมนูเด็ด…ที่เห็นแล้วต้องซี๊ดปาก:

แจ่วฮ้อน (หมู/เนื้อ): มาถึงถิ่นแล้วไม่สั่งถือว่าผิด! น้ำซุปแจ่วฮ้อนที่นี่คือลายเซ็น หอมสมุนไพรนัวๆ แต่ทีเด็ดอยู่ที่น้ำจิ้มสูตรเฉพาะที่รสชาติไม่เหมือนใคร กลมกล่อมจนอยากจะเอาราดข้าวเปล่าๆ กิน!

ทริคสำหรับสายแข็ง: ลองขอ “ข้าวคั่ว” จากป้ามาโรยเพิ่มในหม้อดูครับ ความหอมมันจะพุ่งขึ้นแบบ x10 น้ำซุปจะข้นขึ้นอีกนิด ฟินจนลืมทางกลับบ้านไปเลย!

ป่นปลาทู: เมนูโคตรเบสิคที่ทำให้อร่อยยาก แต่ที่นี่คือ “มาสเตอร์พีซ” ครับ! ป่นปลาทูเนื้อเนียนๆ แต่ไม่เหลว รสชาติเค็มเผ็ดกำลังดี เสิร์ฟมาพร้อมผักสดกรอบๆ และผักกาดดองที่ตัดรสชาติได้แบบลงตัวเป๊ะ! บอกเลยว่า รีบสั่งขั้นต่ำ 2 ชุด ไว้เลยดีกว่า จะได้ไม่เสียอารมณ์

อุหน่อไม้: แกงหน่อไม้สไตล์อีสานแท้ๆ ที่เลือกได้ว่าจะใส่ไก่หรือปลาเนื้ออ่อน หน่อไม้อ่อนๆ กับน้ำแกงข้นๆ ที่หอมกลิ่นใบย่านาง รสชาติคือความนัวที่แท้จริง ซดร้อนๆ คือโล่งคอสุดๆ

ปลาเนื้ออ่อนนึ่งจิ้มแจ่ว: ใครชอบปลาต้องโดน! ปลาเนื้ออ่อนสดๆ นึ่งมากับสารพัดผักพื้นบ้านตามฤดูกาล เนื้อปลานุ่มหวานละมุนลิ้น จิ้มกับน้ำจิ้มแจ่วสูตรป้าเขียวเข้าไป…โอ้โห มันคือความเรียบง่ายที่ทรงพลังมากครับ

แกงคั่วหอยขม: จุดเด่นของจานนี้ที่ต้องขีดเส้นใต้คือ “ความสะอาด” ครับ! ป้าเขียวแกทำความสะอาดหอยมาอย่างดี ไม่มีดิน ไม่มีลูกหอยเล็กๆ มาให้เสียอารมณ์ตอนเคี้ยว ตัวแกงคั่วก็รสชาติเข้มข้นถึงเครื่อง แต่ไม่เผ็ดจัดจ้านเกินไป กินเพลินมาก

ลูกตาลเชื่อม หอมหวานฝีมือป้าเขียวเอง หรือถ้าใครกินที่ร้านไม่หนำใจ ที่หน้าบ้านแกยังมีกับข้าวถุงและอาหารกล่องที่ทำสดใหม่ทุกวันวางขายด้วยนะ!

สำหรับทานที่บ้าน

อันที่จริงแล้ว ป้าเขียวก็ตั้งใจ เลิกทำร้านแล้วมาทำขายแบบง่ายๆ แค่นี้แหละ แต่ที่เปิดเป็นร้านให้ทุกคนนั่งกิน ก็เพราะคำเรียกร้อง ถ้าใครจะซื้อกลับบ้าน เมนูยอดฮิต “ป่นปลาทู” ก็มีขายอยู่นะ แต่ถ้าใครจะกินที่ร้านแนะนำว่า โทรก่อน

จุดเด่น:

ความขลังของที่นี่คือ “รสมือป้าเขียว” ล้วนๆ ครับ เป็นรสชาติอีสานดั้งเดิมที่หาทานที่ไหนไม่ได้ง่ายๆ แล้ว บวกกับการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นแปลกๆ ที่จะหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ทำให้การมากินข้าวที่นี่แต่ละครั้งเหมือนได้เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ อยู่เสมอ

พิกัดและข้อมูลร้าน:

ข้อควรจำ: ร้านนี้ไซส์มินิและฮอตมาก โดยเฉพาะมื้อเย็น ควรโทรจองล่วงหน้าเท่านั้น! (เบอร์  081 593 9740)
Walk-in มาอาจจะต้องยืนดูโต๊ะอื่นกินนะ เตือนแล้วนะ!

ร้านอาหารใกล้เคียง

ร้านกุ๊กไหม อาหารอีสานของคนศรีสะเกษ




Scroll to Top