พักเรื่องกินไว้แป๊บ! ทริปนี้ Eat Radar ขอเปลี่ยนแนว พาไป ‘เสพ’ งานศิลปะชิ้นเอกที่ศิลปินคือโลกอายุ 5 ล้านปี! ที่ ‘ผาช่อ’ เชียงใหม่ เตรียมร่างกายให้พร้อม แล้วไปดูกันว่าธรรมชาติเขาสร้างอะไรให้เราทึ่งจนลืมหิวไปเลย!
เบื่อคาเฟ่ในเมืองแล้วใช่มั้ย? งั้นเปลี่ยนมาเดินเทรลสั้นๆ ชมสถาปัตยกรรมโลกอายุหลายล้านปีกันดีกว่า! ที่ “ผาช่อ” เชียงใหม่ เส้นทางเดินง่าย ความรู้แน่น แถมได้รูปเหมือนหลุดไปถ่ายหนังต่างดาว เตรียมร่างกายให้พร้อม แล้วไปดูกันว่าธรรมชาติใช้เวลา 5 ล้านปีสร้างอะไรให้เราดู!

ใครว่ามาเชียงใหม่ต้องขึ้นดอยสุเทพอย่างเดียว? บอกเลยว่าถ้าคุณยังไม่เคยมา “ผาช่อ” ที่อุทยานแห่งชาติแม่วาง ถือว่ายังเจ๋งไม่สุด! ทริปนี้เราจะพาทุกคนขับรถออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ มุ่งหน้าไปทาง อ.แม่วาง บรรยากาศจะค่อยๆ เปลี่ยนจากเมืองสู่ป่าเขาแบบสบายตา พอถึงหน้าอุทยานฯ ก็จัดแจงจ่ายค่าเข้ากันก่อนเลย
- ค่าเข้าอุทยานแห่งชาติแม่วาง:
- คนไทย: ผู้ใหญ่ 20 บาท / เด็ก 10 บาท
- ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 100 บาท / เด็ก 50 บาท
- ค่ายานพาหนะ (รถยนต์): 30 บาท
จากนั้นก็ขับรถตาม GPS หรือป้ายไปอีกแป๊บเดียวก็จะถึงลานจอดรถของผาช่อ จอดรถปุ๊บ ความพีคแรกก็มาเยือนทันที!
คาเฟ่หลักร้อย วิวหลักล้าน ที่จุดชมวิวผาช่อ
ก่อนจะเริ่มเดินเท้า ที่นี่มีร้านกาแฟ “Pha Chor Wonderland” ตั้งตระหง่านรอรับเราอยู่ พร้อมกับ “จุดชมวิวผาช่อ” (Pha Chor View Point) ที่แค่เห็นก็ต้องร้องโอ้โห!

ภาพตรงหน้าคือวิวพาโนรามาที่โคตรจะสบายใจ ข้างล่างเป็นผืนป่าสีเขียวกว้างสุดลูกหูลูกตา ถัดไปเป็นทิวเขาสลับซับซ้อนเล่นเลเยอร์สีกันอย่างสวยงาม ตัดกับท้องฟ้าสีครามและเมฆขาวเป็นปุยๆ คือไม่ต้องเดินไปไหน แค่นั่งจิบกาแฟตรงนี้ก็เหมือนได้ชาร์จพลังชีวิตไปแล้วครึ่งหลอด! พี่เจ้าหน้าที่ก็เข้ามาแนะนำเส้นทาง บอกว่าจากตรงนี้เดินเท้าเข้าไปอีกแค่ 400 เมตรเท่านั้นเอง…สบายมาก!
เริ่มต้นการเดินทาง: ขอต้อนรับสู่ “ม่อนลองแรง”
เติมพลังกันเสร็จ ก็ได้เวลาออกเดิน! ทางอุทยานฯ ทำทางเดินคอนกรีตไว้ดีมาก มีรั้วกั้นตลอดทาง เดินง่าย ปลอดภัยหายห่วง

เดินไปได้ไม่นานก็จะเจอด่านแรกที่ชื่อน่ารักน่าหยิกว่า “ม่อนลองแรง” (เนินทดสอบกำลัง) ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าสร้างมาเพื่อทดสอบสมรรถภาพร่างกายของเราเบาๆ เป็นบันไดเดินขึ้นเนินที่ไม่ชันมาก ไม่ไกลมาก คนทั่วไปเดินได้สบายๆ ไม่ถึงกับต้องร้องขอชีวิต แต่ก็พอให้เหงื่อซึมๆ เป็นการวอร์มอัพก่อนไปเจอของจริง!
ห้องเรียนธรณีวิทยากลางแจ้ง ที่สนุกกว่านั่งเรียนในห้อง!
ระหว่างทาง เราจะไม่ได้เดินดูต้นไม้ใบหญ้าเฉยๆ นะ แต่มันคือเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่เต็มไปด้วยเรื่องราวน่าทึ่ง เหมือนเรากำลังเดินย้อนเวลาไปในอดีตเลยล่ะ

- ประติมากรรมธรรมชาติจากหยาดฝน (Natural Sculpture from Raindrop)
จุดนี้เราจะเห็นร่องรอยบนพื้นดินและกำแพงดินที่ดูเหมือนถูกน้ำเซาะเป็นลวดลายแปลกตา นี่ไม่ใช่ฝีมือมนุษย์นะ แต่มันคือผลงานศิลปะที่เกิดจากเม็ดฝนที่ตกลงมากัดกร่อนเนื้อดินตะกอนที่อ่อนนุ่มมาเป็นเวลานานแสนนาน จนเกิดเป็นลวดลายคล้ายคลื่นน้ำ สวยงามแบบไม่ต้องพึ่งพู่กันเลย

- มหัศจรรย์กำแพงทรายแป้ง (Wonder of Silt Wall)
เดินต่อมาอีกหน่อย จะเจอกับกำแพงดินที่มีชั้นสีสลับกันไปมาอย่างชัดเจน นี่แหละคือไฮไลต์ทางธรณีวิทยา! ป้ายบอกเราว่า บริเวณนี้เคยเป็นทางเดินของแม่น้ำปิงเมื่อประมาณ 5 ล้านปีก่อน! ชั้นดินที่เห็นเกิดจากการทับถมของตะกอนดินคนละชนิด ถ้าน้ำไหลแรง ก็จะพัดพาพวกกรวดหินก้อนหนักๆ มาทับถม แต่ถ้าไหลเอื่อยๆ ก็จะพาดินทรายเนื้อละเอียดมาแทน แถมทรายแป้งที่นี่ยังพิเศษสุดๆ เพราะเป็น “ที่เดียวในประเทศไทย” ที่มีแร่เหล็กออกไซด์ปนอยู่ ทำให้เนื้อดินเปลี่ยนสีเป็นชมพู แดง ส้มได้เองอย่างกับมีคนมาสาดสีใส่ เจ๋งโคตร!
ปรากฏการณ์ตรงหน้า: ผาช่อ แกรนด์แคนยอนเมืองไทย!

วินาทีแรกที่เห็นภาพตรงหน้าคือต้องหยุดนิ่งไปแป๊บนึง…นี่มันไม่ใช่แค่เสาดินธรรมดา แต่มันคือประติมากรรมธรรมชาติขนาดยักษ์ที่สูงกว่า 30 เมตร ตั้งตระหง่านเรียงรายเหมือนกำแพงเมืองในหนังพีเรียดฟอร์มยักษ์!

ฟีลลิ่งเหมือนเราหลุดเข้าไปอยู่ในฉากหนังเรื่อง Gladiator หรือเป็น Indiana Jones ที่กำลังค้นหาขุมทรัพย์โบราณ คือมันยิ่งใหญ่ อลังการ และดิบเถื่อนจนรู้สึกว่าตัวเองตัวเล็กลงไปเลย เสาดินแต่ละแท่งมีลวดลายการกัดเซาะของลมและฝนที่ไม่ซ้ำกัน เป็นความงามที่ธรรมชาติใช้เวลาหลายล้านปีสร้างขึ้นมา จะถ่ายรูปมุมไหนก็สวยสะพรึงเหมือนไม่ได้อยู่บนโลก!

ทางกลับ…รางวัลของนักสำรวจ

ขากลับไม่ได้เดินย้อนทางเดิมนะ แต่เป็นเส้นทางเดินลงที่ฟินไปอีกแบบ เราจะได้เดินลัดเลาะไปตามร่องน้ำที่แห้งขอด ซึ่งเคยเป็นลำธารเล็กๆ มาก่อน

สองข้างทางเป็นกำแพงดินและหินที่ถูกน้ำกัดเซาะจนกลายเป็นช่องแคบๆ ได้ฟีลเหมือนกำลังผจญภัยในหุบเขาลึกลับ พื้นทางเดินเต็มไปด้วยกรวดหินแม่น้ำปิงมนๆ เป็นเครื่องยืนยันว่าครั้งหนึ่งที่นี่เคยจมอยู่ใต้น้ำจริงๆ
และก่อนจะจบทริป ทางอุทยานฯ ยังมีเซอร์ไพรส์ซ่อนไว้ นั่นก็คือ “สปาอุ้งเท้า” ธรรมชาติ!

โซนนี้คือทางเดินที่ปูด้วยหินแม่น้ำปิงกลมๆ มนๆ ที่เคยอยู่ในพื้นที่นี้มานับล้านปี แนะนำเลยว่าให้ถอดรองเท้า แล้วใช้เท้าเปล่าสัมผัสเดินไปบนหินพวกนี้ มันคือการนวดฝ่าเท้าที่โคตรจะฟิน! เหมือนได้ทำ Reflexology กลางป่า ช่วยคลายความเมื่อยล้าจากการเดินได้ดีสุดๆ เป็นการปิดท้ายทริปที่สมบูรณ์แบบที่ได้ทั้งความรู้ ความสวยงาม และยังได้สุขภาพกลับไปอีกด้วย
ใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวเชียงใหม่ที่ไม่ซ้ำซากจำเจ อยากได้ทั้งความรู้ ความสนุก และรูปสวยๆ กลับไปอวดเพื่อน “ผาช่อ” คือคำตอบที่คุณต้องมาสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้งในชีวิต!
พิกัดเดินทาง
ใกล้เคียงตรงนี้ แค่ 2 Km ยังมีจุดชมวิว และลานกางเต๊นท์ ที่สวยมาก มีคาเฟ่ ร้านอาหารห้องน้ำ ให้บริการ ที่ ผาช่อ เชียงใหม่: แกรนด์แคนยอนเมืองไทย ประติมากรรมธรรมชาติ 5 ล้านปี









